การ์ตูนญี่ปุ่น

Dragon Ball เกิดใหม่เป็นยามูชา โชเด๊ะ

เกิดใหม่เป็นยามูชา-05

เรียกว่าตามกระแสกันแบบไม่หยุดยั้งจริงๆ เมื่ออาจารย์โทริยาม่า อากิระ ผู้เขียนการ์ตูนในตำนานดราก้อนบอล ตอบรับไอเดียของบรรณาธิการ ที่จะนำพอตเรื่องในแนว “ไปเกิดใหม่ในอีกโลกหนึ่ง” ที่เป็นกระแสของวรรณกรรมรวมทั้งหนังในยุคนี้มากมายหลายเรื่อง จับมาเชื่อมโยงกับการ์ตูนดราก้อนบอล จนเกินงานเขียนเล่มนี้ขึ้นมา ในการ์ตูนที่เป็นตอนพิเศษของดราก้อนบอล มีชื่อว่า “เกิดใหม่เป็นยามูชา โชเด๊ะ”

โดยงานนี้ อาจารย์ดราก้อนกาโรว์ เป็นผู้วาด โดยเครดิตอาจารย์ โทริยาม่า อากิระ ภาพวาดมีความใกล้เคียงกับของเดิมมาก จนดูเนียนตา จะมีจุดสะดุดแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น เนื้อเรื่องจะเป็นเรื่องราวของเด็กมัธยมคนหนึ่ง ที่เป็นแฟนการ์ตูนดราก้อนบอลแบบสุด ๆ  หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุในโลกจริง เมื่อตื่นมาเขาก็พบว่า ตัวเองดันมาอยู่ในจักรวาลดราก้อนบอลเสียได้ และที่สำคัญ ตัวละครที่เขาเข้ามาสวมรอยและรับบทบาทนั้น ก็เป็น ยามูชา ที่แทบจะเป็นตัวที่ถูกผู้เขียนกลั่นแกล้งมากที่สุดในดราก้อนบอลเลยก็ว่าได้

ด้วยความที่เขาเป็นแฟนตัวยงของการ์ตูนดราก้อนบอลอยู่แล้ว ก็เลยทำให้เขาทราบเนื้อเรื่องดีว่า จะต้องเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเขาก็จำฉากจบในตำนานของหยำฉาได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เขาจึงต้องหาวิธีที่จะทำให้หยำฉา รอดจากสถานการณ์ ที่รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องเจอแน่ๆ ได้ยังไงบ้าง

แค่ขึ้นต้นมาเพียงแค่นี้ ก็รู้สึกอยากจะซื้อการ์ตูนเล่มนี้มาอ่านกันแล้วใช่ไหมล่ะครับ เป็นความแปลกประหลาดปนกับความตลก ที่จับตัวละครนามว่า ยามูชา หรือว่า หยำฉา มาเล่นเป็นตัวเอกในเรื่องซะเลย เด็กหนุ่มผู้มองเห็นอนาคต จะเอาความรู้ที่เขามีทั้งหมด มาช่วยให้หยำฉา และโลกมนุษย์ รอดพ้นจากการรุกรานไปได้อย่างไร

ยามูชา หรือ หยำฉา เป็นตัวละครที่ “กากและอาภัพ” ซะจนทุกคนเห็นใจที่สุดในดราก้อนบอลแล้ว แต่ก็เป็นตัวละครที่ทุกคนล้วนคิดถึง และจำเค้าได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่า ทุกวันนี้มีคนพูดถึงหยำฉา มากกว่าโกฮังเสียด้วยซ้ำไป

ความอาภัพของหยำฉา ถ้าเอาแค่ที่นึกออก ก็ตั้งแต่ศึกชิงเจ้ายุทธภพ ที่พี่แกถูกเทนชินฮังหักขา ต่อมายังเจอร่างทรงของพระเจ้าเล่นงานแบบหมดสภาพเสียอีก เปิดภาคใหม่ชาวไซย่ามาบุก พี่แกก็ทำเท่ห์ซะดิบดี แต่กลับเจอไซไบแมน ลูกน้องกิ๊กก๊อกระเบิดพลีชีพ และที่ช้ำที่สุด ก็คงเป็นเรื่องของแฟนสาว บลูม่า ที่ถูกชาวไซย่าคว้าไปกินเสียฉิบ พูดง่ายๆว่า ไม่ว่าจะมีเรื่องซวยอะไร หรืออยากให้ตัวละครรับมุกอะไร อาจารย์อากิระ แกก็โยนมาให้หยำฉา รับเสียทั้งหมด ซึ่งถ้าเทียบกับลูกรักอย่างคูลิลินแล้ว จะตายก็ตายซะเท่ แถมยังได้ภรรยาสุดสวยซะอีก 555 ไม่ว่าใครก็ต้องเห็นใจหยำฉาเป็นธรรมดา

ท้ายที่สุดนี้ สำหรับใครที่สนใจการ์ตูนแก๊กตลกเล่มนี้ ก็สามารถหาซื้อกันได้แล้วนะครับ ในราคาเล่มละ 65 บาท จัดจำหน่ายโดเมนชั่นเหมือนเคย มันอาจจะไม่ได้สนุกไปเสียทั้งหมด แต่ก็ทำให้คลายความคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ ตัวละครตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของดราก้อนบอลได้เป็นอย่างดี

ประโยคเด็ดจากการ์ตูนเรื่อง นารูโตะ

นารูโตะ จากเด็กชายที่แบกรับความเกลียดชังของคนทั้งหมู่บ้านสู่การเป็นโฮคาเงะ

อุซึมากิ นารูโตะ เด็กชายผู้แบกรับความเกลียดชังจากคนทั้งหมู่บ้าน นารูโตะ ตัวละครเอกจากเรื่องนารูโตะ นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ที่มีการตีพิมพ์ครั้งแรกในปีพ.ศ 2542 และเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ในยุคสมัยนี้ ถ้าใครเป็นคอการ์ตูนแล้ว บอกว่าไม่รู้จักกับนารูโตะ ก็คงเป็นเรื่องที่แปลกพอดูเลยทีเดียว

นารูโตะ เป็นเด็กที่ถูกคนรอบข้างหวาดกลัว และเกลียดชังมาโดยตลอด ซึ่งก็ต้องย้อนไปวันที่นามิคาเสะ มินาโตะ โฮคาเงะรุ่นที่ 4 ของหมู่บ้านโคโนฮะ และเป็นพ่อของนารูโตะ ได้ทำการสู้กับจิ้งจอกเก้าหาง โดยมินาโตะ ได้ตัดสินใจที่จะลดความสูญเสียของหมู่บ้านให้มากที่สุด จึงได้สละวิญญาณของตัวเอง โดยผนึกจิ้งจอกเก้าหางเอาไว้ในตัวของลูกชายของเขาครึ่งนึง และส่วนอีกครึ่งหนึ่งอยู่กับมินาโตะ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ทำเพื่อปกป้องหมู่บ้านให้รอดพ้นจากอันตรายในครั้งนั้น และทั้งตัวเขาและแม่ของนารูโตะเองก็หวังว่า เมื่อนารูโตะเกิดขึ้นแล้ว ก็จะกลายเป็นที่รักของคนทั่วไป และทุกคนก็จะต้องเห็นนารูโตะเป็นวีรบุรุษคนหนึ่ง เหมือนกับที่มินาโตะได้ช่วยหมู่บ้านเอาไว้

แต่ทุกอย่างกลับสวนทางกับที่ตั้งใจไว้ทั้งหมด เมื่อนารูโตะเกิดขึ้น ผู้คนในหมู่บ้านที่ยังหวาดกลัวกับพลังปีศาจที่สะกดไว้ในตัวของนารูโตะ ก็ต่างพากันเกลียดชัง และหลบหน้านารูโตะ ชีวิตในวัยเด็กของนารูโตะ จึงกลายเป็นคนที่โดดเดี่ยว เหมือนกับเด็กมีปัญหา ที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่คอยอยู่เคียงข้าง นารูโตะถึงได้สร้างวีรกรรมสุดแสบไว้มากมาย ซึ่งก็คงเพื่อจะเรียกร้องความสนใจให้คนอื่นสนใจตัวเองบ้างนั่นเอง

ความฝันที่นารูโตะมักจะพูดอยู่เสมอก็คือ “อยากจะเป็นโฮคาเงะ และอยากให้ทุกคนยอมรับ”

และจากการฝึกฝน และพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จนท้ายที่สุด เขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการปกป้องหมู่บ้านจากอันตรายหลายต่อหลายครั้ง จนทุกคนยอมรับในตัวของนารูโตะ และก็ได้เป็นวีรบุรุษผู้ปิดฉากมหาสงครามโลกนินจา และสุดท้ายก็ได้เป็นโฮคาเงะดังที่ตั้งใจไว้ในที่สุด


ประโยคเด็ดจากการ์ตูนเรื่อง นารูโตะ


ในการ์ตูนเรื่องนารูโตะ ก็มีประโยคและคำคม ที่ชื่นชอบโดยส่วนตัวอยู่หลายประโยค ซึ่งบางครั้งก็รู้สึกว่า ในการ์ตูนเรื่องหนึ่งนั้น ก็ยังมีแง่คิด คติสอนใจอยู่ตลอด ไม่ใช่ว่าจะได้แต่เพียงความสนุกอย่างเดียวเท่านั้น ไปดูกันดีกว่า ว่าจะมีคำที่เพื่อน ๆ คิดหรือไม่

1. พูดอะไรแล้วจะไม่คืนคำ นี่แหละ วิถีนินจาของฉัน-อุซึมากิ นารูโตะ

2. ไม่ใช่ว่าเป็นโฮคาเงะแล้วจะได้รับการยอมรับนะ คนที่ทุกคนให้การยอมรับต่างหากล่ะ ถึงจะเรียกว่าโฮคาเงะ-อิทาจิ

3. ในโลกของนินจา คนที่แหกกฎ ก็จะถูกเรียกว่าเป็นสวะ แต่คนที่ไม่เห็นความสำคัญของเพื่อน มันเลวยิ่งกว่าสวะซะอีก-โอบิโตะ

4. คนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่มีคุณค่าที่จะพยายามทำอะไรหรอก-อาจารย์ไก คิ้วหนา

5. คนไร้ค่าย่อมเอาชนะอัจฉริยะได้ด้วยความมุมานะ-ลี ศิษย์รักอาจารย์ไก

6. คนเรามีเพียงชีวิตเดียว ไม่จำเป็นต้องเลือกทางเดินที่มันเกินกำลัง จะอยากอยู่หรือจะอยากตายก็แล้วแต่ใจ แต่ว่า ที่สำคัญคือไม่ว่าเธอจะเลือกวิถีชีวิตแบบไหนก็ตาม ก็อย่าลืมที่จะปกป้องคนที่มีค่าต่อเธอ-โฮคาเงะ รุ่นที่ 3

7. การมีชีวิตที่เอาแต่หนี ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าและก้าวผ่านความกลัวอยู่อย่างนั้น ฉันไม่อยากมีชีวิตที่น่ารำคาญอย่างนั้นหรอกนะ-ชิกามารุ

8. พรสวรรค์ที่สำคัญที่สุดของนินจาน่ะ ไม่ได้อยู่ที่คาถาที่พวกเขามีหรอก แต่มันคือการมีจิตใจที่เข้มแข็งและไม่ย่อท้อต่างหากล่ะ-อาจารย์จิไรยะ

9. ปลายทางของคนที่พร่ำเพ้อเอาแต่จะแก้แค้นนะ จบไม่สวยหรอกนะ ต่อให้แก้แค้นสำเร็จ สุดท้ายก็เหลือแค่ความว่างเปล่าเท่านั้นแหละ-คาคาชิ

10. น่ารำคาญ!!!-ชิกามารุ 

แล้วเพื่อนๆล่ะ มีคำพูดไหนในนารูโตะที่จำได้ติดหูกันบ้างไหม อย่าลืมเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ

 

 

แนะนำหนังสือการ์ตูนยอดขายเกิน 100 ล้านเล่ม

One-Piece

สำหรับคนที่ชอบอ่านการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก หลายคนมักจะมีคำถามว่า จะอ่านการ์ตูนเรื่องอะไรดี?   การ์ตูนเรื่องไหนสนุก การ์ตูนเรื่องไหนที่ไม่อ่านแล้วถือว่าพลาด การ์ตูนอะไรน่าสนใจบ้าง?

วันนี้เราเลยนำการ์ตูนยอดขายเกิน 100 ล้านเล่มมาฝากกัน (อ้างอิงจาก wiki) ซึ่งบอกได้เลยว่า ยอดขายร้อยล้านเล่ม ไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะ หลายเรื่องอาจจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนยังไม่เคยอ่านเรื่องไหน ก็ลองไปตามอ่าน หรือหารีวิวดูกันได้เลย รับรองว่า สนุกถูกใจอย่างแน่นอน

1. One Piece ยอดขายปัจจุบัน 445 ล้านเล่ม

One-Piece

ชายหนุ่มผู้ขี่ปลาโลมา เอ้ย ชายหนุ่มผู้มีความฝันจะเป็นราชาแห่งโจรสลัด ลูฟี่ ดี มังกี้ เวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ลูฟี่ อย่างแน่นอน ผลงานการเขียนจาก เออิจิโระ โอดะ ที่วางขายกันมาตั้งแต่ปี 1997 โห ก็ปาเข้าไป 20 ปีแล้วนะเนี่ย จากเล่มแรก

เรื่องนี้คงไม่ต้องเล่าอะไรให้มากมายเนอะ ไปเรื่องที่ 2 กันดีกว่า

2. Dragon Ball

Dragon-Ball

ผลงานของอากิระ โทริยาม่า ที่ลงพิมพ์ตั้งแต่ปี 2527 (เก่ามาก) เป็นเรื่องราวการผจญภัยของ ซุน โกคู เพื่อรวบรวมดราก้อนบอลให้ครบ 7 ลูก เพื่อขอพรอะไรก็ได้จากเทพเจ้ามังกร ในระหว่างการเดินทางก็เต็มไปด้วยเรื่องราวการผจญภัยที่สนุก ๆ พร้อมมุขขำ ๆ อยู่มากมาย

ดราก้อนบอล เป็นเหมือนแรงบันดาลใจของการ์ตูนญี่ปุ่นในยุคปัจจุบันหลาย ๆ เรื่อง เช่นในส่วนของคาแรคเตอร์ของพระเอก ที่จะต้องกินเก่ง กินเยอะ กินจนหลับ พล็อตเรื่องที่สนับสนุนการรักเพื่อนพ้อง การปกป้องเพื่อน ทั้งในส่วนของการตั้งชื่อตัวละคร ที่ อ.อากิระ โทริยาม่า เอาชื่อของกินใกล้ตัว มาตั้งเป็นชื่อตัวการ์ตูนกันเต็มไปหมด

3. Naruto นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ยอดขาย 235 ล้านเล่ม

Naruto

ก็คงเหมือนกับ Onepiece และ Dragon ball คงไม่มีนักอ่านการ์ตูนคนไหน ไม่รู้จัก Naruto อย่างแน่นอน ชายหนุ่มผู้หลงรักซาสึเกะ เอ้ย ไม่ใช่ ชายหนุ่มผู้มีความฝันจะเป็นโฮคาเงะ เรื่องราวของเด็กๆนินจา ที่จะต้องร่วมกันต่อสู้กับศัตรูที่หวังจะมาทำลายหมู่บ้าน และแย่งชิงสัตว์หางไป

ปัจจุบันเนื้อเรื่องของนารูโตะก็ได้จบลงไปแล้ว และมีเรื่อง BORUTO -Naruto Next Generations- ซึ่งเป็นภาคต่อ รุ่นลูกของนารูโตะ ซึ่งเนื้อเรื่องก็ดำเนินไปอย่างสนุกและเข้มข้นและน่าสนใจไม่แพ้กับภาคแรกเลย

4. Detective Conan ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (ยอดขาย 200 ล้านเล่ม)

Detective-Conan

เรื่องราวของคุโด้ ชินอิจิ ยอดนักสืบหนุ่ม ที่มีอายุเพียง 17 ปี ซึ่งได้ถูกขนานนามว่า “เป็นยอดนักสืบแห่งยุคเฮเซ” เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณโด้ ไปแอบดูการเจรจาของชายชุดดำ โดยไม่ทันระวังว่า มีกลุ่มชายชุดดำอีกคนหนึ่งอยู่ข้างหลัง คุโด้ถูกทำร้าย และถูกจับกรอกยาพิษชนิดใหม่ ที่ผลิตขึ้นโดยองค์กรของชายชุดดำ รู้ตัวอีกที ก็ตัวหดเล็กลง กลับมาเป็นเด็ก 7 ขวบอีก 1 ครั้ง ด้วยความที่จะต้องสืบหาความจริง โดยไม่ให้กลุ่มชายชุดดำรู้ คุโด้ ชินอิจิ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น เอโดงาวะ โคนัน

ปัจจุบันการ์ตูนยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ออกมาก็จะเกือบ 100 เล่มแล้ว ซึ่งยังมีคดีใหม่ ๆ ให้โคนันได้คลี่คลายอยู่ตลอด คอการ์ตูนนักสืบ ห้ามพลาดจ้า

5. Golgo 13 (200 ล้านเล่ม)

Golgo-13

Golgo 13 เป็นการ์ตูนที่มีความเก่าแก่มากที่สุด เรียกว่าเขียนกันตั้งแต่คนเขียนยังหนุ่มๆจนตอนนี้ก็ยังไม่ถึงตอนจบเลยสักที (ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1968 คิดดูแล้วกันว่าเก่าขนาดไหน 555) เนื้อเรื่องของคุณลุงยอดนักฆ่า โดยใช้โค้ดเนมว่า Golgo 13 ที่ย่อมาจาก Golgotha ซึ่งเป็นชื่อเนินเขาที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน มาเป็นรหัสในการรับงาน เรื่องนี้น่าเสียดายที่ว่าไม่มีการแปลไทย อาจจะเนื่องจากว่าจำนวนเล่มเยอะ ซึ่งปัจจุบันมีถึง 187 เล่มด้วยกัน ทางผู้เขียนเองซึ่งอายุถึง 80 ปี ก็เริ่มแย้มไว้แล้วว่า ใกล้จะจบแล้วล่ะ 555

6. Black Jack (176 ล้านเล่ม)

black-jack-cartoon

การ์ตูนหมอในตำนานอีกหนึ่งเรื่อง ที่เชื่อว่านักอ่านการ์ตูน น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แบล็คแจ็ค ใช้ชื่อไทยว่าหมอปีศาจ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหมอ เรียกตัวเองว่าแบ็คแจ็ค สวมใส่เสื้อคลุมสีดำ ทำตัวเป็นหมอเถื่อน เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลแพงๆจากพวกคนรวย แต่ด้วยความที่แบล็คแจ็คมีความสามารถในการรักษา ในระดับที่เรียกว่าเป็นศัลยแพทย์อัจฉริยะเลยก็ว่าได้ ก็จึงทำให้คนไข้ทุกคน ล้วนยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อแลกกับการให้แบล็คแจ็คผ่าตัดให้ตัวเอง แต่จริงๆแล้ว แบล็คแจ็คก็ยังมีมุมที่อ่อนโยนและใจดีเช่นกัน ซึ่งหลายๆตอนก็จะไม่ได้เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลแต่อย่างใด

แบล็คแจ็คมีใบหน้าและร่างกายที่ถูกผ่าตัดมา ซึ่งก็เป็นเรื่องราวสมัยที่ตอนเด็กๆ เขาได้ไปเดินเล่นที่ชายหาดกับแม่สองคน และได้พบกับระเบิดสงคราม แม่ของแบล็คแจ็คมาช่วยเอาไว้ ทำให้เขาต้องเสียแม่ไปในตอนนั้น ส่วนตัวเขาเองก็มีสภาพบาดเจ็บสาหัส เจียนอยู่เจียนตาย และก็ได้หมอผ่าตัดฝีมือดี ที่ชื่อว่าหมอฮอนมะ เป็นผู้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้

7. KochiKame ตำรวจป้อมยาม 157 ล้านเล่ม

KochiKame

หนังสือการ์ตูนเรื่องคุณตำรวจป้อมยาม ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานของหนังสือการ์ตูน ที่เพิ่งจบไปเมื่อปี 2016 โดยจำนวนที่ออกวางจำหน่ายทั้งหมด ก็คือ 200 เล่ม ใช้เวลาในการเขียนเรื่องนี้ถึง 40 ปี

เป็นเรื่องราวของ คังคิจิ เรียวซึ ตำรวจผู้มีนิสัยน่ารัก และอารมณ์ดี มีคิ้วหนาโค้งต่อกัน ซึ่งเป็นจุดเด่นของตัวละครตัวนี้เลยก็ว่าได้ ปฏิบัติงานประจำอยู่ที่สถานีตำรวจ ในสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียว เรียวซึเป็นตำรวจที่มีนิสัยขี้เกียจ ไม่ค่อยจะยอมปฏิบัติหน้าที่สักเท่าไร แต่ด้วยนิสัยของเขานั่นเอง ที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในภาวะลำบากอยู่เสมอ แต่ก็ด้วยความที่มีจิตใจดี แล้วเป็นคนที่รักความถูกต้องอยู่เสมอ ก็เลยทำให้มีผู้คนในละแวกนั้นทุกคนล้วนรักใคร่เขา เรื่องราวของคุณตำรวจป้อมยาม อาจจะเรียกได้ว่า เป็นการ์ตูนฟิลกู้ด ที่ได้อ่านแล้วก็จะยิ้ม ๆ ตาคุณป้อมยามปีมไปด้วย ภายหลังมีทำเป็นอนิเมะ ลองหาดูกันได้นะครับ

8. Oishinbo 130 ล้านเล่ม

Oishinbo

Oishinbo เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับอาหาร ที่ปัจจุบันออกมาแล้วถึง 111 เล่ม พูดถึงทุกแง่มุมของอาหาร ทั้งในเรื่องของการใช้มีด คุณสมบัติของพ่อครัว การทำร้านอาหาร มารยาทการทาน สอนทำน้ำซุป พูดถึงเรื่องจานเรื่องถ้วย เรื่องตะเกียบ คือกล่าวถึงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องการทำอาหาร ทั้งในส่วนของวัตถุดิบ และในส่วนของตัวผู้ทำผู้ปรุงเอง สำหรับคอการ์ตูนอาหาร นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

9. Slam Dunk 121 ล้านเล่ม

Slam-Dunk

ถ้าเปรียบเทียบระหว่างจำนวนเล่มและยอดขายแล้ว สแลมดั้งถือว่าเป็นการ์ตูนที่มียอดขายดีเป็นอันดับต้นๆ โดยจำนวนเล่มมีเพียงแค่ 31 เล่ม แต่สามารถขายได้ถึง 121 ล้านเล่มทั่วโลก สำหรับคนที่ทันดูการ์ตูนน้าต๋อยเซมเบ้ ตอนเช้าๆช่อง 9 เชื่อว่าคงจะรู้จัก Slam Dunk เป็นอย่างดีอยู่แล้ว

เรื่องราวของซากุรางิ ฮานามิจิ นักเรียนมอปลายที่มีนิสัยออกจะนักเลง และชอบถูกสาวหักอกเป็นที่สุด โดยสถิติของฮานามิจิ ก็คือถูก สาวหักอกมาแล้วถึง 50 คน เมื่อเข้ามาเรียนที่โรงเรียนมัธยมโชโฮคุ ก็ได้พบกับ อาคางิ ฮารุโกะ แล้วก็ได้ตกหลุมรักตั้งแต่ตอนนั้น ฮารุโกะเป็นคนที่ชอบบาสเกตบอลมาก แล้วก็เป็นคนที่ได้ชักชวนให้ฮานามิจิ ได้เข้ามาสู่วงการบาสเกตบอล

หนังสือการ์ตูนเรื่องสแลมดั้ง สอดแทรกมุขตลก ความรักเพื่อน ความเท่ ความฮา แบบครบทุกรสทุกอารมณ์ สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่าน แนะนำว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

10. Bleach เทพมรณะ (120 ล้านเล่ม)

Bleach

เรื่องราวของคุโรซากิ อิจิโกะ เด็กมัธยมปลายที่มีความสามารถในการมองเห็นวิญญาณ วันนึงอิจิโกะได้พบกับยมทูตหญิง คูจิกิ ลูเคีย ในขณะที่กำลังต่อสู้กับ Hollow และอีจีโกะก็ได้เข้าไปช่วย เมื่อทั้งสองกำลังพลาดท่า ลูเคียก็ได้ถ่ายโอนพลังวิญญาณให้แก่อิจิโกะ แล้วต่อสู้ชนะ Hollow ตัวนั้นได้จนสำเร็จ ซึ่งนั่นก็เป็นทางที่นำอิจิโกะเข้าสู่เรื่องราวการต่อสู้แห่งโลกวิญญาณ ระหว่างเหล่ายมทูตกับฮอลโลว์นั่นเอง

 

 

 

การ์ตูนกีฬาสร้างชาติ สไตล์ชาวญี่ปุ่น

การ์ตูนกีฬาสร้างชาติ

ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการอ่านการ์ตูน มาเป็นเวลาช้านาน โดยวัฒนธรรมมังงะในประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มมาตั้งแต่สมัยก่อนยุคเมจิเสียอีก

มังงะ ภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า 漫画 มีความหมายแปลว่า “การ์ตูน” ไม่ว่าการ์ตูนแนวไหน รูปแบบไหน ก็จัดว่าเป็นมังงะทั้งหมด เพียงแต่ว่าหลายคนมักจะเข้าใจว่า มังงะจะต้องเป็นการ์ตูนที่มีรูป และมีช่องคำพูด  แต่จริงๆแล้วประเทศญี่ปุ่น จะใช้คำว่า Manga  กับการ์ตูนทุกประเภทในบ้านเขาเลย

การ์ตูนญี่ปุ่น มักจะมีเนื้อหาในการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างกำลังใจให้กับผู้อ่าน มีทั้งการ์ตูนที่เป็นแนวกีฬา การทำงาน การต่อสู้ที่รักเพื่อนพ้อง ในเนื้อหาของการ์ตูน มักจะสอดแทรกขนบธรรมเนียมประเพณี รวมถึงสอนถึงความเกรงใจ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น เมื่อเด็กๆอ่านแล้ว ก็จะทำให้ถูกปลูกฝัง ให้รู้จักเคารพแบบแผน รวมถึงประเพณี ที่ไม่ค่อยจะมีชาติใดในโลกจะคงไว้ได้อีกแล้ว อย่างเช่นในเรื่องการใส่ชุดกิโมโน ในวันสำคัญต่างๆ ก็จะถูกสอดแทรกเข้าไปในการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่เสมอ

กัปตันซึบาสะ

คนที่รักการ์ตูนมังงะทุกคน ต้องเคยได้ยินชื่อการ์ตูนเรื่องกัปตันซึบาสะ กันอย่างแน่นอน ถ้าคนชอบกีฬาฟุตบอล รับรองว่าต้องตกหลุมรัก และมีสะสมไว้ครบทุกเล่ม กัปตันซึบาสะเป็นเรื่องราวของนักฟุตบอลเยาวชน ที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอล ค่อยๆไต่เต้า จนได้ไปค้าแข้งในประเทศทางฝั่งยุโรป เป็นการ์ตูนขวัญใจของเด็กๆชาวญี่ปุ่น ทำให้มียังเด็กในประเทศญี่ปุ่น หันมาเล่นกีฬาฟุตบอลกันเต็มไปหมด (ถึงแม้ว่า ซึบาสะจะต้องใช้เวลาในการง้าง และยิง นานหน่อยก็ตาม)

นักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นหลายๆคน ก็ต่างบอกว่า มีกัปตันซึบาสะ เป็นแรงบันดาลใจให้เล่นฟุตบอล โดยพูดกันแบบไม่อายเลย ว่าไอดอลของเขาก็คือ กัปตันซึบาสะ นั่นเอง

สแลมดั้ง

เด็กยุค 90  เกือบทุกคน จะต้องรู้จักซากุระ ฮานามิจิ อย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะครับ เพราะว่าเป็นการ์ตูนบาสเกตบอลที่โด่งดังที่สุด ในยุคนั้นเลยทีเดียว พระเอกตัวสูง หัวแดง และไม่มีสกิล basketball อยู่ในตัวเลย อาศัยความพยายาม ซ้อมกันอย่างหามรุ่งหามค่ำ จนได้ก้าวมายืนแถวหน้า ในกีฬาบาสเกตบอล และการ์ตูนเรื่องสแลมดั้งเอง ก็เป็นจุดกำเนิดของนักบาสเกตบอลมืออาชีพของญี่ปุ่นอยู่หลายคน

ยูตะ ทาบุเสะ ฮานามิจิในชีวิตจริง

ยูตะ-ทาบุเสะ

ชายผู้ถูกขนานนามว่าเป็น ซากุรางิในชีวิตจริง นักบาสญี่ปุ่นคนแรก ที่ได้เข้าไปเล่นใน NBA  ยูตะ เกิดในครอบครัวในกีฬา แต่ด้วยความที่เขาไม่ค่อยชอบเล่นเบสบอล และฟุตบอล ที่คนญี่ปุ่นนิยมเล่นกัน และในช่วงสมัยนั้น ก็มีการ์ตูนสแลมดั้งเกิดขึ้น ยูตะเริ่มหัดเล่นบาสเกตบอล ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และฝึกฝนพัฒนาฝีมือไหมตลอด เมื่อจบม.ปลาย ก็ได้ไปเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา และเข้าร่วมทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยที่นั่น จนในที่สุด เมื่อปี 2004  เขาก็ได้จารึกประวัติศาสตร์ เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลคนแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่ได้มีโอกาสลงเล่นในสนามของ League NBA  ที่ขึ้นชื่อว่า หินที่สุด ในวงการบาสเกตบอลโลก

ประเทศญี่ปุ่นยังมีการ์ตูนที่เกี่ยวกับกีฬาอีกหลายเรื่อง ทั้งปริ้นออฟเทนนิส อายชิลด์ 21  Rookie ซึ่งช่วยเป็นแรงผลักดัน และพัฒนาวงการกีฬาของประเทศญี่ปุ่น เหมือนกับเป็นผู้ปลุกปั้น เด็กรุ่นใหม่ ให้เข้าสู่วงการกีฬามากขึ้น

แต่ก็ไม่รู้ว่า จะมีเด็กญี่ปุ่นคนไหน ที่จะมี มังกี้ดีลูฟี่ เป็นไอดอล และพยายามออกล่องเรือหาสมบัติกันบ้างเหมือนกันนะ